พอผลสอบออกมา คำถามแรกของเกือบทุกคนคือ "ได้เท่านี้... ถือว่าดีไหม?" — คะแนน TOEIC ไม่มีคำว่าสอบผ่านหรือสอบตก มีแต่ตัวเลขที่ต้องเอาไปเทียบกับเป้าหมายของตัวเอง บทความนี้ครูเจนสรุปให้ครบว่าคะแนนแต่ละช่วงหมายถึงอะไร ใช้ยื่นอะไรได้บ้างในเมืองไทย และวิธีอ่านใบคะแนนให้ได้ประโยชน์มากกว่าแค่ดูตัวเลขรวมค่ะ
คะแนน TOEIC เต็มเท่าไหร่ คิดคะแนนยังไง?
คะแนน TOEIC เต็ม 990 คะแนน มาจาก Listening 495 คะแนน บวก Reading 495 คะแนน (แบบทดสอบ TOEIC Listening & Reading ที่ใช้สมัครงานในไทย)
- คะแนนเต็ม 990 — แบ่งเป็น Listening 495 และ Reading 495
- แต่ละพาร์ทมีช่วง 5–495 ดังนั้นคะแนนรวมต่ำสุดคือ 10 ไม่ใช่ 0 — ต่อให้ฝนมั่วทั้งชุดก็ยังได้คะแนน
- ตอบผิดไม่หักคะแนน — ข้อไหนไม่รู้ให้เดาเสมอ การเว้นว่างมีแต่เสียโอกาสล้วน ๆ
- ไม่มีเกณฑ์ผ่าน/ตก — TOEIC เป็นข้อสอบวัดระดับ องค์กรแต่ละแห่งไปตั้งเกณฑ์ของตัวเองเอง
ตารางคะแนน TOEIC — ได้เท่านี้แปลว่าอะไร
ตารางนี้เทียบช่วงคะแนนกับสิ่งที่ทำได้จริงในที่ทำงาน และเกณฑ์ที่องค์กรไทยใช้จริง (รวบรวมจากประกาศรับสมัครปี 2568–2569):
| ช่วงคะแนน | ระดับความสามารถ | ใช้ยื่นอะไรได้ในไทย |
|---|---|---|
| 10–250 | สื่อสารได้จำกัดมาก เข้าใจคำและวลีพื้นฐาน | ยังไม่ถึงเกณฑ์ทั่วไป — ควรเริ่มจากปูพื้นฐานก่อน |
| 255–400 | เข้าใจบทสนทนาสั้น ๆ ที่คุ้นเคย ยังตอบโต้ไม่คล่อง | ยังต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์กรส่วนใหญ่ |
| 405–600 | สื่อสารเรื่องงานประจำวันได้ อ่านเอกสารทั่วไปพอเข้าใจ | เกณฑ์ขั้นต่ำหน่วยงานรัฐและธนาคาร — กฟภ./ททท. 500 · ปตท./ธปท./กฟผ./AOT/ธนาคารหลัก 550 · ดูเกณฑ์รัฐวิสาหกิจครบ |
| 605–780 | ทำงานกับภาษาอังกฤษได้จริง ประชุมและอีเมลได้ | สายการบินและบริษัทข้ามชาติ — การบินไทย 600 · Thai AirAsia X 650 · Chevron/ตลาดหลักทรัพย์ฯ/รฟม. 600 · เกณฑ์สายการบิน |
| 785–900 | คล่องระดับมืออาชีพ รับมือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้ | ผ่านเกณฑ์แทบทุกตำแหน่ง รวมสาย Tech ระดับภูมิภาคและกลุ่มพลังงาน · เป็นช่วงที่หลายองค์กรใช้พิจารณาปรับฐานเงินเดือน |
| 905–990 | ใกล้เจ้าของภาษาในบริบทการทำงาน | เกินความจำเป็นของงานส่วนใหญ่ในไทย — เหมาะกับผู้ที่ต้องการแข่งในตำแหน่งเฉพาะทางจริง ๆ |
ช่วงคะแนนอ้างอิงระบบแบ่งระดับที่ใช้กันทั่วไปกับ TOEIC Listening & Reading · ส่วนเกณฑ์ฝั่งขวารวบรวมจากประกาศรับสมัครจริงปี 2568–2569 ซึ่งเปลี่ยนได้ตามรอบรับสมัครของแต่ละองค์กร — ก่อนสมัครให้ยึดประกาศล่าสุดของตำแหน่งนั้นเสมอ
TOEIC 500, 550, 600, 650, 700, 750 อยู่ระดับไหน?
ถ้ามีตัวเลขในใจอยู่แล้ว ดูแถวของตัวเองได้เลยค่ะ — คอลัมน์ CEFR เป็นค่าประมาณจากคะแนนรวม (วิธีคิดอยู่ในหัวข้อถัดไป) ส่วนคอลัมน์ขวาสุดคือองค์กรที่ตั้งเกณฑ์ไว้ที่คะแนนนั้นพอดี
| คะแนน | อยู่ระดับไหน | เทียบ CEFR | ในไทยใช้ยื่นอะไรได้ |
|---|---|---|---|
| 500 | สื่อสารเรื่องงานประจำวันได้ อ่านเอกสารทั่วไปพอเข้าใจ | A2 ตอนปลาย | ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำของ กฟภ. และ ททท. |
| 550 | ระดับเดียวกับ 500 แต่พ้นเส้นที่องค์กรส่วนใหญ่ขีดไว้ | B1 เริ่มต้น | เกณฑ์ขั้นต่ำของ ปตท. ธปท. กฟผ. AOT และธนาคารหลัก — ประตูบานแรกของตลาดงานไทย |
| 600 | ขอบบนของช่วง 405–600 เริ่มใช้ภาษาอังกฤษในงานประจำได้ | B1 | การบินไทย · Chevron · ตลาดหลักทรัพย์ฯ · รฟม. |
| 650 | ทำงานกับภาษาอังกฤษได้จริง ประชุมและอีเมลได้ | B1 | Thai AirAsia X และทุกเกณฑ์ที่ต่ำกว่านี้ |
| 700 | ระดับเดียวกับ 650 แต่มีระยะห่างจากเกณฑ์ขั้นต่ำ | B1 | เหนือเกณฑ์สายการบินและรัฐวิสาหกิจในตารางบนทั้งหมด — เป้าที่ครูแนะนำสำหรับสายการบิน |
| 750 | ตอนปลายของช่วง 605–780 | B1 ตอนปลาย (B2 เริ่มที่ 785) | ผ่านเกณฑ์แทบทุกตำแหน่งในไทย และเป็นระดับที่ใช้ต่อรองปรับฐานเงินเดือนได้ |
| 800 | คล่องระดับมืออาชีพ รับมือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้ | B2 | รวมสาย Tech ระดับภูมิภาคและกลุ่มพลังงาน |
| 900 ขึ้นไป | ใกล้เจ้าของภาษาในบริบทการทำงาน | B2 → C1 ที่ 945 | เกินความจำเป็นของงานส่วนใหญ่ในไทย |
ข้อสังเกตที่คนมักแปลกใจ: 750 ซึ่งถือว่าสูงมากในตลาดงานไทย ยังเทียบได้ระดับ B1 ตอนปลาย ไม่ใช่ B2 — เพราะเกณฑ์ที่องค์กรไทยใช้กับระดับ CEFR เป็นคนละมาตรวัดกัน ถ้าปลายทางของคุณระบุเป็น CEFR (เช่นเรียนต่อหรือบางทุน) ให้ดูตารางถัดไปแทนค่ะ
คะแนน TOEIC เทียบ CEFR ได้ระดับไหน?
ETS ผู้ออกข้อสอบเผยแพร่คะแนนขั้นต่ำของแต่ละระดับ CEFR แยกตามพาร์ท ไม่ได้ให้เป็นคะแนนรวม คอลัมน์ขวาสุดคือผลบวกของสองพาร์ทที่ครูคำนวณให้ดูง่ายขึ้น:
| CEFR | Listening ขั้นต่ำ | Reading ขั้นต่ำ | รวมโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| A1 | 60 | 60 | 120 |
| A2 | 110 | 115 | 225 |
| B1 | 275 | 275 | 550 |
| B2 | 400 | 385 | 785 |
| C1 | 490 | 455 | 945 |
ที่มา: ตารางเทียบ TOEIC กับ CEFR ของ ETS · ETS ระบุว่าเป็นแนวทาง ไม่ใช่เส้นตัดตายตัว และแนะนำให้ดูระดับของ Listening กับ Reading แยกกัน — คนที่ได้รวม 785 แต่ Reading ไม่ถึง 385 จึงยังไม่นับเป็น B2 ทั้งสองทักษะ · หน่วยงานที่รับผลเป็น CEFR อาจใช้ตารางเทียบของตัวเอง ให้ยึดประกาศของหน่วยงานนั้น
ตอบถูกกี่ข้อถึงได้ 750? ทำไมคำนวณเป๊ะไม่ได้
คำถามนี้ถูกถามบ่อยมาก และคำตอบที่ซื่อสัตย์คือ ไม่มีตัวเลขตายตัว
TOEIC ใช้วิธีปรับเทียบคะแนนระหว่างชุดข้อสอบ — คะแนนดิบ (จำนวนข้อที่ตอบถูก) จะถูกแปลงเป็นคะแนนมาตรฐานโดยคำนึงถึงความยากของข้อสอบชุดนั้น ๆ เพื่อให้คะแนนของคนที่สอบคนละรอบเทียบกันได้อย่างเป็นธรรม ผลคือ ตอบถูกจำนวนเท่ากันในคนละรอบ อาจได้คะแนนต่างกันเล็กน้อย
ดังนั้น "ตารางแปลงคะแนนดิบ" ที่แชร์กันตามอินเทอร์เน็ต ใช้ได้แค่เป็นค่าประมาณคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่ควรยึดเป็นตัวเลขเป๊ะแล้ววางแผนว่า "ขอแค่ตอบถูก 140 ข้อก็พอ" เพราะพลาดได้จริง
วิธีที่แม่นกว่า: ทำข้อสอบเสมือนจริงแบบจับเวลา แล้วดูช่วงคะแนนที่ได้ ไม่ใช่ตัวเลขเดียว — แล้ววางเป้าให้สูงกว่าเกณฑ์ที่ต้องใช้จริงสัก 50 คะแนน เผื่อความแกว่งระหว่างรอบสอบ
อ่านคะแนนแยกพาร์ท — จุดที่คนมองข้ามมากที่สุด
ใบคะแนน TOEIC บอกคะแนน Listening กับ Reading แยกกัน และตรงนี้มีประโยชน์กว่าคะแนนรวมมาก เพราะบอกว่าคุณควรทุ่มเวลาไปที่ไหน:
| ถ้าใบคะแนนเป็นแบบนี้ | มักแปลว่า | ควรเริ่มแก้ที่ |
|---|---|---|
| Reading ต่ำกว่า Listening ชัดเจน | อ่านไม่ทันเวลา หรือแกรมมาร์พื้นฐานยังไม่แน่น | แก้ได้เร็วที่สุด — Part 5 เป็นข้อเดี่ยวและเป็นกฎที่ฝึกตรงได้ (7 จุดที่ออกซ้ำทุกรอบ) |
| Listening ต่ำกว่า Reading ชัดเจน | ยังไม่ชินความเร็วและเสียงเชื่อม | ต้องใช้เวลาสะสมมากกว่า เริ่มจากฝึกทุกวันสั้น ๆ (ทำไมฟังไม่ทัน + ตารางฝึก 14 วัน) |
| ต่ำใกล้เคียงกันทั้งสองพาร์ท | พื้นฐานคำศัพท์และโครงสร้างประโยคยังไม่พอ | ปูพื้นก่อนตะลุยโจทย์ (ศัพท์ 100 คำแรก · คอร์สปูพื้นฐาน) |
เหตุผลที่ครูเจนย้ำเรื่องนี้: นักเรียนหลายคนสอบซ้ำแล้วคะแนนวนที่เดิม เพราะทบทวนทุกอย่างเท่า ๆ กันแทนที่จะเจาะพาร์ทที่ฉุดคะแนนอยู่จริง การอ่านใบคะแนนเป็นจึงประหยัดเวลาได้เป็นเดือน
แล้วควรตั้งเป้าที่เท่าไหร่?
ตอบจากปลายทางที่คุณจะใช้ ไม่ใช่จากคะแนนที่คิดว่า "น่าจะทำได้" (แต่ละเป้าต้องเก่งแค่ไหน ใช้เวลากี่เดือน ดูที่ TOEIC ยากไหม? 550 / 650 / 750):
- ยื่นหน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ → เกณฑ์อยู่ที่ 500–600 แต่ตั้งเป้า 650+ เพราะสนามจริงแข่งกันเหนือเกณฑ์ขั้นต่ำ
- สายการบิน → เกณฑ์ 600–650 ตั้งเป้า 700+ เผื่อรอบที่คู่แข่งเยอะ
- เอกชน/ปรับฐานเงินเดือน → ตั้งเป้า 750+ เป็นระดับที่ผ่านเกณฑ์แทบทุกตำแหน่งและใช้ต่อรองได้
- ยังไม่มีเป้าชัด → เล็ง 750 ไว้ก่อน เพราะครอบคลุมเกือบทุกทางเลือกในอนาคต และผลสอบใช้ได้ 2 ปี
สรุป
- เต็ม 990 = Listening 495 + Reading 495 · ต่ำสุด 10 · ตอบผิดไม่หักคะแนน ต้องเดาทุกข้อ
- ในไทย: 550 คือประตูบานแรก · 600–650 เปิดสายการบิน/ข้ามชาติ · 750+ ผ่านแทบทุกที่
- เทียบ CEFR (ผลบวกขั้นต่ำสองพาร์ทของ ETS): 225 = A2 · 550 = B1 · 785 = B2 · 945 = C1 — 750 ยังเป็น B1 ตอนปลาย
- ตอบถูกกี่ข้อ = กี่คะแนน คำนวณเป๊ะไม่ได้ เพราะมีการปรับเทียบระหว่างชุดข้อสอบ
- คะแนนแยกพาร์ทบอกได้ตรงกว่าคะแนนรวมว่าต้องไปแก้ตรงไหน