JANE TOEIC · คำถามที่พบบ่อย

มีคำถามเรื่องสอบภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ? 😊

ครูเจนรวบรวมคำถามที่นักเรียนสงสัยกันบ่อย ๆ ไว้ให้แล้วค่ะ เลือกเรื่องที่อยากรู้ แล้วค่อย ๆ อ่านไปด้วยกันได้เลยนะคะ

สอบ TOEIC

TOEIC คืออะไร?

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication เป็นแบบทดสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยเฉพาะในบริบทการทำงานค่ะ

TOEIC มีแบบทดสอบหลายประเภท เช่น Listening & Reading และ Speaking & Writing ซึ่งวัดทักษะแตกต่างกันค่ะ

สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องใช้คะแนนประกอบการจบมหาวิทยาลัย หรือคนทำงานที่ต้องใช้คะแนนสมัครงานและเลื่อนตำแหน่ง เรามักจะเจอการสอบ TOEIC Listening & Reading กันบ่อยค่ะ

แต่ครูอยากให้เราเช็กข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยหรือองค์กรที่ต้องยื่นคะแนนก่อนนะคะ ว่าเขาต้องการผลสอบประเภทไหน เพราะคะแนนจากแต่ละแบบทดสอบไม่สามารถใช้แทนกันได้ทุกกรณีค่ะ 😊

TOEIC Listening & Reading สอบอะไรบ้าง?

จริง ๆ แล้ว TOEIC ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ ลองมาดูภาพรวมกันแบบง่าย ๆ ก่อนนะคะ 😊

ข้อสอบ TOEIC Listening & Reading แบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือ การฟัง (Listening) และ การอ่าน (Reading) รวมทั้งหมด 200 ข้อ แบ่งเป็น 7 Parts ค่ะ

TOEIC Listening & Reading200 ข้อ · 7 Parts

Listening

100 ข้อ · ประมาณ 45 นาที
  1. Part 1 Photographs6 ข้อ

    ดูภาพและฟังประโยค

  2. Part 2 Question–Response25 ข้อ

    ฟังคำถามและคำตอบ

  3. Part 3 Conversations39 ข้อ

    ฟังบทสนทนา

  4. Part 4 Talks30 ข้อ

    ฟังบทพูดหรือประกาศ

ฝึกฟังจับใจความ ฟังรายละเอียด และเข้าใจสถานการณ์ค่ะ

Reading

100 ข้อ · 75 นาที
Jane TOEIC Time Mascot นาฬิกาสีฟ้ายิ้มแย้มในท่าเดิน
เวลาที่ครูเจนแนะนำ10 + 10 + 55 = 75 นาที
  1. Part 5 Incomplete Sentences30 ข้อ

    เติมคำในประโยค

    เวลาที่ครูเจนแนะนำ: 10 นาที

  2. Part 6 Text Completion16 ข้อ

    เติมคำหรือประโยคในบทความ

    เวลาที่ครูเจนแนะนำ: 10 นาที

  3. Part 7 Reading Comprehension54 ข้อ

    อ่านบทความเพื่อจับใจความและหาคำตอบ

    เวลาที่ครูเจนแนะนำ: 55 นาที

ฝึกโครงสร้างประโยค คำศัพท์ การอ่านจับใจความ และบริหารเวลาค่ะ

เวลานี้เป็นแนวทางที่ครูเจนแนะนำให้ลองฝึกนะคะ เราปรับให้เหมาะกับความถนัดของตัวเองได้ค่ะ

แบบทดสอบ Listening & Reading ไม่ได้วัดการพูดและการเขียนโดยตรงนะคะ ถ้าต้องใช้ผลสอบเพื่อยื่นสมัครงานหรือจบการศึกษา อย่าลืมตรวจประเภทผลสอบที่หน่วยงานต้องการด้วยค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้เราถนัดการฟังหรือการอ่านมากกว่ากัน ลองทำแบบทดสอบวัดระดับฟรีของครูเจนก่อนได้นะคะ 😊

ลองทำ Mini TOEIC Test ฟรี
ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ เริ่มเตรียม TOEIC ได้ไหม?

เริ่มได้แน่นอนค่ะ 😊 แต่ครูอยากให้เราเริ่มจากจุดที่ถูกต้องก่อน

ภาษาอังกฤษไม่ได้เรียงคำเหมือนภาษาไทยทุกอย่างนะคะ ครูเลยอยากชวนให้เราเริ่มจากการมองโครงสร้างประโยคง่าย ๆ ก่อนว่า ใคร ทำอะไร กับอะไร ที่ไหน หรืออย่างไร

พอเริ่มมองเห็นว่าคำแต่ละส่วนวางอยู่ตรงไหนและทำหน้าที่อะไร เราก็จะค่อย ๆ อ่านประโยคได้เข้าใจขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องท่อง Grammar ทุกเรื่องให้จบก่อนค่ะ

แตะกลุ่มคำที่อยากรู้ แล้วมาดูความหมายกันค่ะ 😊

A · ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

จอห์นสวมผ้ากันเปื้อนสีเทอร์ควอยซ์กำลังทำอาหารเย็นในห้องครัว

John is cooking dinner in the kitchen.

.

จอห์นกำลังทำอาหารเย็นอยู่ในห้องครัว

B · ภาษาอังกฤษในบริบทการทำงาน

จอห์นคนเดิมสวมเสื้อคลุมสีฟ้ากำลังพูดคุยเรื่องโครงการกับเพื่อนร่วมงานในห้องประชุม

John is discussing the project in the meeting room.

.

จอห์นกำลังพูดคุยเกี่ยวกับโครงการอยู่ในห้องประชุม

เห็นไหมคะว่า ถึงจะเปลี่ยนจากห้องครัวมาเป็นห้องประชุม แต่โครงสร้างประโยคยังเหมือนเดิมเลย 😊

ประธาน | กริยา | กรรม | ส่วนขยาย

พอเราเริ่มมองโครงสร้างออกแล้ว สิ่งที่ต้องค่อย ๆ เติมต่อก็คือคำศัพท์ที่ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ และการฝึกทำข้อสอบค่ะ

ต้องใช้เวลาเตรียมสอบ TOEIC นานแค่ไหน?

คำถามนี้ครูเจนเจอบ่อยมากเลยค่ะ 😊

จริง ๆ แล้วแต่ละคนใช้เวลาเตรียมสอบไม่เท่ากันนะคะ ขึ้นอยู่กับ พื้นฐานภาษาอังกฤษที่เรามีอยู่แล้ว และ คะแนนที่เราอยากไปให้ถึง เป็นหลักค่ะ

ครูลองแบ่งเป็น 3 กลุ่มง่าย ๆ ให้เราดูเป็นแนวทางนะคะ

มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว อาจเริ่มจาก 1–2 สัปดาห์

ถ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างคล่องและคุ้นเคยกับ Grammar อยู่แล้ว เราอาจเน้นฝึกโจทย์ Listening และ Reading จับเวลาทำข้อสอบ และเรียนรู้จุดที่ตัวเองพลาดบ่อย ๆ ค่ะ

พอมีพื้นฐานอยู่บ้าง ลองวางแผน 1–2 เดือน

กลุ่มนี้ครูแนะนำให้ทบทวนโครงสร้างประโยคและ Grammar ที่ออกสอบบ่อย เก็บคำศัพท์ที่จำเป็น แล้วฝึก Listening และ Reading ควบคู่กันไปค่ะ

พื้นฐานยังไม่แน่น เผื่อเวลาไว้ 3 เดือนขึ้นไปได้เลยค่ะ

ไม่ต้องตกใจเรื่องเวลานะคะ เราเริ่มจากทำความเข้าใจประธาน กริยา กรรม และส่วนขยายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มคำศัพท์ ฝึกฟัง และฝึกวิเคราะห์โจทย์ตามลำดับค่ะ

YOUR STUDY ROADMAP

มีเวลาเตรียมสอบเท่าไหร่ มาวางแผนกับครูเจนกันค่ะ 💙

เลือกเส้นทางที่ตรงกับพื้นฐานและเวลาที่เรามีกันนะคะ

Premium Foundation

ปูพื้นฐานและเตรียม TOEIC Listening & Reading

เวลาเรียนจากวิดีโอ 33 ชม. 22 นาที

ดูวิดีโอวันละ 30 นาทีประมาณ10สัปดาห์
ดูวิดีโอวันละ 45 นาทีประมาณ7สัปดาห์
ดูรายละเอียดคอร์ส

Intensive TOEIC Reading

เน้น Reading Parts 5–7 ไม่มีบทเรียน Listening

เวลาเรียนจากวิดีโอ 19 ชม. 47 นาที

ดูวิดีโอวันละ 30 นาทีประมาณ6สัปดาห์
ดูวิดีโอวันละ 45 นาทีประมาณ4สัปดาห์
ดูรายละเอียดคอร์ส

Government English

ทางเลือกสำหรับผู้เตรียมสอบภาษาอังกฤษสายราชการ ไม่ใช่คอร์ส TOEIC Listening & Reading

เวลาเรียนจากวิดีโอ 10 ชม. 50 นาที

ดูวิดีโอวันละ 30 นาทีประมาณ4สัปดาห์
ดูวิดีโอวันละ 45 นาทีประมาณ3สัปดาห์
ดูรายละเอียดคอร์ส

เวลาวิดีโอรวม Bonus ที่เกี่ยวข้องแล้ว นับวิดีโอไม่ซ้ำภายในแต่ละคอร์ส ตัวอย่างนี้ดูที่ความเร็วปกติทุกวัน สัปดาห์ละ 7 วัน โดยใช้เวลา 30 หรือ 45 นาทีทั้งหมดดูวิดีโอ และปัดจำนวนสัปดาห์ขึ้นค่ะ

ระยะเวลานี้เป็นตัวอย่างสำหรับดูวิดีโอทุกวัน ไม่รวมเวลาฝึกทำโจทย์และทบทวนนะคะ 💙

ถ้ามีเวลาเตรียมสอบไม่มาก ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนทุกอย่างพร้อมกันนะคะ 💙

ลองเลือกคอร์สที่ตรงกับจุดที่เราอยากพัฒนาก่อน แล้วใช้ E-book ช่วยทบทวนหรือฝึกโจทย์เพิ่มเติมตามเวลาที่มีค่ะ

ครูอยากให้เราใช้ทุกนาทีไปกับสิ่งที่จำเป็นสำหรับเป้าหมายของตัวเอง มากกว่ากดดันว่าจะต้องเรียนให้จบเร็วที่สุดนะคะ 😊

เลือกคอร์สที่เหมาะกับเรา
สมัครสอบ TOEIC ได้ที่ไหน?

ครูรวมข้อมูลศูนย์สอบและช่องทางติดต่อไว้ให้แล้วค่ะ จะได้วางแผนสอบได้สะดวกขึ้นนะคะ 😊

ก่อนจองสอบ ครูอยากให้เราเช็กสักนิดว่า หน่วยงานที่เราจะนำคะแนนไปยื่น ต้องการผลสอบประเภทไหน เพราะ TOEIC มีหลายแบบค่ะ

ครูสรุปความแตกต่างให้เข้าใจง่าย ๆ ไว้ตรงนี้แล้วนะคะ 💙

TOEIC Listening & Reading — Institutional Test (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)

เป็นการสอบวัดทักษะฟังและอ่านภาษาอังกฤษค่ะ เหมาะกับผู้ที่ต้องนำคะแนนไปสมัครงาน เลื่อนตำแหน่ง หรือยื่นกับองค์กรในประเทศไทย ตามข้อกำหนดของหน่วยงานนั้น ๆ

PBT — สอบด้วยกระดาษ
ฟังข้อสอบและฝนคำตอบลงบนกระดาษคำตอบค่ะ ข้อมูล PBT (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)
CBT — สอบด้วยคอมพิวเตอร์
ทำข้อสอบผ่านคอมพิวเตอร์ตามระบบและเงื่อนไขที่ศูนย์สอบกำหนดค่ะ ข้อมูล CBT (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)

PBT และ CBT คือรูปแบบการทำข้อสอบค่ะ ไม่ใช่ทุกศูนย์ ทุกวัน หรือผู้สอบทุกกลุ่มจะเลือกได้ทั้งสองแบบ โปรดเช็กกับ CPA ก่อนจองนะคะ

TOEIC Listening & Reading — Public Test (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)

ยังเป็นการสอบวัดทักษะฟังและอ่านค่ะ แต่เป็นโปรแกรมสอบที่ควรตรวจสอบเมื่อเราต้องนำผลคะแนนไปใช้กับหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ

ก่อนสมัคร ครูแนะนำให้ถามหน่วยงานที่รับคะแนนก่อนทุกครั้งนะคะ ว่าต้องใช้ Public Test หรือรับผลสอบประเภทอื่นได้ด้วยค่ะ

TOEIC Bridge (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)

เป็นแบบทดสอบสำหรับประเมินทักษะภาษาอังกฤษระดับพื้นฐานถึงระดับกลางค่ะ เหมาะกับการดูระดับความสามารถและพัฒนาการของตัวเอง

แต่ไม่ใช่แบบเดียวกับ TOEIC Listening & Reading ที่หลายบริษัทใช้กำหนดคะแนนสมัครงานนะคะ

TOEIC Speaking & Writing (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)

แบบนี้เน้นวัดทักษะการพูดและการเขียนภาษาอังกฤษค่ะ เหมาะกับคนที่ต้องแสดงความสามารถในการสื่อสารสองด้านนี้โดยเฉพาะ

คะแนนจะแยกจากการสอบ TOEIC Listening & Reading นะคะ

พร้อมจองสอบแล้วใช่ไหมคะ? 💙

ศูนย์สอบกรุงเทพฯ

อาคาร BB ชั้น 19 ถนนอโศกมนตรี (สุขุมวิท 21) กรุงเทพฯ

02-260-7061ต่อ 101

ศูนย์สอบเชียงใหม่

โทรยืนยันอาคารและห้องสอบของรอบที่จองก่อนเดินทางนะคะ

053-241-273ถึง 275

ติดต่อ CPA โดยตรงเพื่อสอบถามและจองสอบค่ะ Jane TOEIC ไม่ได้ดำเนินการหรือรับประกันการสำรองที่นั่งสอบ

อยู่ต่างจังหวัดก็สอบได้นะคะ

CPA มีการจัดสอบ Open Testing ตามจังหวัดและรอบที่ประกาศไว้ค่ะ ใครไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ลองตรวจตารางสอบล่าสุดก่อนเดินทางนะคะ

ปุ่มนี้เปิดหน้าตาราง Open Testing บนเว็บไซต์ทางการของ CPA ในแท็บใหม่ค่ะ

ตรวจตารางสอบทั่วประเทศ (เว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)

CPA (Thailand)

เช็กวันสอบกับ CPA ผ่าน LINE ได้แล้วนะคะ! 💚

ใครกำลังหาวันสอบ TOEIC ครูมีอีกช่องทางมาแนะนำค่ะ 😊

ลองเพิ่มเพื่อน LINE ของ CPA (Thailand) ที่ @cpa_thailand (เพิ่มเพื่อน CPA ทาง LINE เปิดแท็บใหม่) แล้วเลือกเมนูที่เราต้องการได้เลยนะคะ

Test Schedule
ดูรอบสอบ วัน เวลา และสถานที่ที่เปิดให้สอบ
CPA LINE Shopping
ดูรายการสอบที่เปิดให้จองและชำระเงินตามเงื่อนไขของ CPA ค่ะ

ก่อนชำระเงิน อย่าลืมตรวจประเภทข้อสอบ วันที่ สถานที่ และข้อมูลผู้สมัครให้ถูกต้องนะคะ 💙

ดูรายการสอบบน CPA LINE Shopping (เว็บไซต์ CPA LINE Shopping เปิดแท็บใหม่)
QR เพิ่มเพื่อน LINE ของ CPA (Thailand) @cpa_thailand
สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน CPA
@cpa_thailand

เตรียมสอบกับครูเจน ส่วนจองสอบกับ CPA นะคะ 💙

Jane TOEIC เป็นสถาบันสอนเตรียมสอบภาษาอังกฤษค่ะ ส่วนการจัดสอบ TOEIC การกำหนดรอบสอบ และการรับชำระค่าสอบ เป็นบริการของ CPA (Thailand) โดยตรง

ครูรวบรวมช่องทางต่าง ๆ มาไว้ให้ เพื่อให้เราวางแผนตั้งแต่เตรียมสอบจนถึงวันสอบได้สะดวกขึ้นค่ะ 😊

ก่อนจองสอบ อย่าลืมถามฝ่ายบุคคลหรือหน่วยงานที่เราจะยื่นคะแนนก่อนนะคะ ว่าต้องใช้ผลสอบประเภทไหน จะได้ไม่เสียทั้งเวลาและค่าสมัครสอบค่ะ 💙

ข้อมูลประเภทข้อสอบและช่องทางติดต่ออ้างอิง CPA (Thailand) กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนจองสอบค่ะ

ค่าสอบ TOEIC เท่าไหร่?

สำหรับคนที่เตรียมสอบ TOEIC Listening & Reading แบบ Institutional ที่ศูนย์สอบ (In-House) ค่าสอบบุคคลทั่วไปอยู่ที่ 1,800 บาท ตามข้อมูล CPA (Thailand) ค่ะ 😊

แต่ TOEIC มีหลายประเภทนะคะ ค่าสอบและบริการเพิ่มเติมอาจต่างกัน ครูแนะนำให้ตรวจราคาล่าสุดกับ CPA ก่อนจองทุกครั้ง จะได้เตรียมงบไว้พอดีค่ะ 💙

ตรวจค่าสอบล่าสุดกับ CPA (ข้อมูลค่าสอบจากเว็บไซต์ CPA ทางการ เปิดแท็บใหม่)
วันสอบต้องเตรียมอะไรไปบ้าง?

ก่อนออกจากบ้านในวันสอบ ครูอยากให้เราเช็กของสำคัญให้ครบก่อนนะคะ 😊

เตรียมพร้อมตั้งแต่ต้น เราจะได้ไปถึงสนามสอบอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลหน้างานค่ะ

ลองเช็กตามภาพด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ 💙

เช็กลิสต์วันสอบ TOEIC: บัตรตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ มาก่อนสอบ 1 ชั่วโมง แต่งกายสุภาพ ไม่ต้องนำรูปถ่ายและเครื่องเขียน

เช็กลิสต์สำหรับผู้สอบไทยแบบบุคคลทั่วไป ณ ศูนย์สอบ CPA: ใช้บัตรประชาชนไทย ใบขับขี่สมาร์ตการ์ดไทย หรือหนังสือเดินทางไทยฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ ตรวจเงื่อนไขและเวลารายงานตัวของรอบที่จองกับ CPA

ดูรายละเอียดค่าสอบจาก CPA

เช็กลิสต์วันสอบ TOEIC

เช็กลิสต์วันสอบ TOEIC ฉบับเต็ม: บัตรตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ มาก่อนสอบ 1 ชั่วโมง แต่งกายสุภาพ ไม่ต้องนำรูปถ่ายหรือเครื่องเขียน
ผลสอบออกเมื่อไหร่ และมีอายุเท่าไหร่?

รับผลสอบเมื่อไหร่?

ถ้าเป็นการสอบ TOEIC Listening & Reading แบบ In-House ที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ โดยทั่วไปสามารถไปรับผลได้หลังสอบ 1 วันทำการค่ะ 😊

เช่น สอบวันจันทร์ ก็ไปรับผลวันอังคาร ช่วง 14.30–16.30 น. ได้เลยค่ะ หากไม่มีวันหยุดคั่นนะคะ

แต่ถ้าสอบวันเสาร์ หรือเลือกให้ส่งผลทาง EMS กำหนดการจะต่างออกไปค่ะ โดยวันส่ง EMS จากศูนย์สอบก็ไม่ใช่วันที่ไปรษณีย์จะนำส่งถึงบ้านเราทันทีนะคะ

ครูแนะนำให้ตรวจวันรับผลของรอบที่สมัครกับ CPA อีกครั้ง โดยเฉพาะใครที่ต้องรีบใช้คะแนนสมัครงานค่ะ

แล้วคะแนน TOEIC ใช้ได้นานแค่ไหน?

จำตัวเลขนี้ไว้เลยนะคะ 2 ปี 💙

ตามแนวทางของ ETS ผลคะแนน TOEIC สามารถตรวจสอบยืนยันได้ภายใน 2 ปีนับจากวันสอบค่ะ เพราะความสามารถทางภาษาอังกฤษอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

แต่บางบริษัทหรือหน่วยงานอาจกำหนดให้ใช้ผลสอบที่ใหม่กว่านั้นนะคะ

ก่อนนำคะแนนไปยื่น อย่าลืมตรวจเงื่อนไขของหน่วยงานที่เราสมัครอีกครั้งค่ะ ครูไม่อยากให้เราตั้งใจเตรียมสอบจนได้คะแนนที่ต้องการแล้ว แต่พลาดโอกาสเพราะผลสอบเก่าเกินเงื่อนไขค่ะ 😊

ตรวจวันรับผลสอบกับ CPA (เปิดเว็บไซต์ CPA ในแท็บใหม่)

อ้างอิงอายุผลคะแนนจาก ETS (เปิดเว็บไซต์ ETS ในแท็บใหม่)

คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงจะพอสำหรับสมัครงาน?

คำถามนี้ครูเจนเจอบ่อยมากเลยค่ะ 😊

จริง ๆ แล้วไม่มีคะแนน TOEIC ตัวเดียวที่ใช้สมัครงานได้ทุกบริษัทนะคะ เพราะแต่ละองค์กรและแต่ละตำแหน่งกำหนดคะแนนไม่เท่ากันค่ะ

แต่ครูลองรวบรวมตัวอย่างจากประกาศรับสมัครงานจริงมาให้ดู เพื่อช่วยให้เราตั้งเป้าหมายได้ง่ายขึ้นนะคะ 💙

อยากเป็นแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต? ✈️

600 คะแนน

ตัวอย่างขั้นต่ำจากประกาศย้อนหลัง

จากประกาศที่ครูตรวจสอบ พบตัวอย่างสายการบินที่กำหนด TOEIC ขั้นต่ำ 600 คะแนนค่ะ

แต่คะแนนเป็นเพียงคุณสมบัติด้านภาษาส่วนหนึ่งนะคะ เรายังต้องผ่านการสัมภาษณ์และเงื่อนไขอื่นของสายการบินด้วยค่ะ

ดูตัวอย่างประกาศ · การบินไทย

การบินไทย · Cabin Crew

ประกาศย้อนหลัง · รับสมัคร 1–12 พฤศจิกายน 2568

TOEIC ≥ 600 · แบบ Personal เท่านั้น ผลคะแนนไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันสมัคร และมีคะแนนสอบภาษาอื่นเป็นทางเลือกตามประกาศ

ตัวอย่างนี้เป็นรอบปี 2568 ไม่ใช่การยืนยันว่ากำลังเปิดรับสมัครค่ะ

ดูประกาศการบินไทย ปี 2568 (เว็บไซต์ภายนอก เปิดแท็บใหม่)

สนใจทำงานรัฐวิสาหกิจ เช่น การไฟฟ้า? ⚡

550 คะแนน

ตัวอย่างเกณฑ์ของ กฟผ. ปี 2569

กฟผ. มีประกาศใช้เกณฑ์ 550 คะแนนสำหรับผู้สมัครที่ใช้คุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปในรอบนี้ค่ะ บางตำแหน่งมีเกณฑ์เฉพาะที่สูงกว่านี้ด้วยนะคะ

ก่อนสมัครต้องดูประกาศของปีนั้นและตำแหน่งที่เราสนใจให้ละเอียดนะคะ

ดูตัวอย่างประกาศ · กฟผ.

กฟผ. · รับสมัครพนักงาน ปี 2569

ประกาศย้อนหลัง · เลขที่ 13/2569

TOEIC ≥ 550 · แบบ Personal สำหรับผู้ใช้คุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ผลคะแนนไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันที่ยื่นสมัคร

ต้องตรวจคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งด้วย เช่น วิทยากร รหัส G09323 ระบุ TOEIC ไม่น้อยกว่า 800 คะแนนหรือเทียบเท่า

อ่านประกาศต้นฉบับ กฟผ. ปี 2569 (PDF) (เว็บไซต์ภายนอก เปิดแท็บใหม่)

อยากสมัครบริษัทเอกชน? 🏢

เกณฑ์แตกต่าง
ตามตำแหน่ง

เกณฑ์จะหลากหลายมากค่ะ บางบริษัทไม่ได้บังคับคะแนน TOEIC เลย แต่บางตำแหน่งใช้คะแนนประกอบการคัดเลือก

สำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะสมัครที่ไหน ครูแนะนำให้เริ่มจากเลือกสายงานที่สนใจ แล้วลองอ่านประกาศจริงสัก 2–3 ตำแหน่งก่อนนะคะ

ดูตัวอย่างงาน · SCGP

SCGP · Account Executive (Packaging)

ตัวอย่างหน้าประกาศงานที่ตรวจพบ 3 พฤศจิกายน 2569

หน้าประกาศระบุบริษัท Thai Containers Group Co., Ltd. และคุณสมบัติภาษาอังกฤษสำหรับตำแหน่งนี้โดยเฉพาะค่ะ

หน้าเว็บไม่ระบุวันเผยแพร่หรือวันปิดรับ จึงควรตรวจสถานะและเกณฑ์คะแนนในประกาศก่อนสมัคร ไม่ใช้เป็นเกณฑ์กลางของ SCGP ทั้งบริษัทนะคะ

ดูเกณฑ์ในประกาศงาน SCGP (เว็บไซต์ภายนอก เปิดแท็บใหม่)

ครูอยากฝากไว้นิดหนึ่งค่ะ 💙

คะแนน TOEIC ขั้นต่ำคือหนึ่งในเงื่อนไขสำหรับการสมัครงาน ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้รับเลือกเข้าทำงานนะคะ

ก่อนลงสอบ ลองเช็กทั้งคะแนนที่ต้องใช้ ประเภทผลสอบ อายุผลคะแนน และวันปิดรับสมัครให้ครบ

จากนั้นเราค่อยวางแผนฝึกให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองค่ะ

เพราะสำหรับครู คะแนน TOEIC ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้เราเดินเข้าใกล้โอกาสที่อยากได้ในชีวิตค่ะ 💙

Listening กับ Reading ควรเริ่มฝึกอะไรก่อน?

คำถามนี้ครูเจนเจอบ่อยมากค่ะ 😊

จริง ๆ แล้วครูอยากให้เราฝึกทั้ง Listening และ Reading ควบคู่กันตั้งแต่ต้นนะคะ แต่ เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเวลาให้ทักษะที่เรายังไม่ถนัด ค่ะ

เพราะการฟังกับการอ่านช่วยกันได้มากกว่าที่เราคิดนะคะ

หนังสือ Book Family สวมเฮดโฟน ตั้งใจฟัง
LISTENINGฟังให้คุ้นหู จับใจความให้ได้
หนังสือ Book Family กำลังอ่านหนังสืออย่างสนใจ
READINGมองโครงสร้างก่อน แล้วค่อยหาคำตอบ

🎧 Listening — เริ่มจากฟังให้คุ้นหู

สำหรับคนที่ยังฟังไม่ค่อยทัน ครูแนะนำให้เริ่มจาก Part 1 รูปภาพ และ Part 2 คำถาม–คำตอบก่อนค่ะ

ลองฟังประโยคสั้น ๆ สังเกตว่าเขากำลังพูดถึงใคร ทำอะไร หรือถามเรื่องอะไร

ถ้าฟังไม่ออก อย่าเพิ่งตกใจนะคะ ลองเปิดบทพูด (Transcript) ดูว่าเราติดตรงไหน แล้วกลับไปฟังอีกครั้งค่ะ

ส่วนคำศัพท์ ครูอยากให้เราเรียนรู้ทั้งความหมายและเสียงอ่านไปพร้อมกัน เพราะบางคำเราอ่านออก แต่พอได้ยินในข้อสอบกลับนึกไม่ออกว่าเป็นคำเดียวกันค่ะ

📖 Reading — เริ่มจากมองโครงสร้างประโยคให้ออก

สำหรับคนที่อ่านภาษาอังกฤษแล้วรู้สึกว่า ทำไมประโยคหนึ่งมีคำเยอะจัง ครูอยากให้เริ่มจากการหา ประธาน กริยา กรรม และส่วนขยาย ก่อนค่ะ

ลองดูว่าโจทย์บอกอะไรเรามาแล้ว และส่วนไหนที่ยังขาดอยู่

พอเริ่มมองโครงสร้างออก เราจะค่อย ๆ เข้าใจเรื่อง Tenses, Part of Speech และ Passive Voice ได้อย่างเป็นระบบขึ้นค่ะ

นี่คือเหตุผลที่ครูไม่อยากให้เราเริ่มจากการท่องจำ Grammar อย่างเดียว แต่ต้องฝึกมองให้ออกด้วยว่าแต่ละคำทำหน้าที่อะไรในประโยคค่ะ 💙

🌱 เมื่อเริ่มมั่นใจแล้ว ค่อยเพิ่มความยากกันค่ะ

ฝั่ง Listening ลองขยับไปฝึก Part 3 บทสนทนา และ Part 4 บทพูด โดยฝึกอ่านคำถามล่วงหน้าในช่วงเวลาที่ข้อสอบอนุญาต เพื่อรู้ว่าควรตั้งใจฟังข้อมูลอะไร

ส่วน Reading ลองฝึก Part 5–6 ให้คล่องขึ้น แล้วต่อยอดไป Part 7 ซึ่งเราจะได้ฝึกอ่านอีเมล ประกาศ โฆษณา และบทความต่าง ๆ ค่ะ

จากนั้นค่อยฝึกจับเวลาและทำข้อสอบชุดเต็ม เพื่อให้คุ้นเคยกับจังหวะของการสอบจริง

💙 ครูมีเทคนิคเล็ก ๆ ฝากไว้ค่ะ

ถ้าฟังพลาดไปหนึ่งข้อ อย่าปล่อยให้ความกังวลทำให้เราพลาดข้อต่อไปนะคะ รีบกลับมาตั้งใจฟังคำถามใหม่ค่ะ

ส่วน Reading ถ้าข้อไหนคิดนานเกินไป ลองเลือกคำตอบที่ดีที่สุดแล้วเดินหน้าต่อ เพราะเรายังต้องเก็บเวลาไว้สำหรับ Part 7 ที่มีบทอ่านยาว ๆ ด้วยค่ะ

ค่อย ๆ ฝึกไปด้วยกันค่ะ 💙

  1. STEP 1

    เริ่มจากสิ่งที่เข้าใจได้ก่อน

    Listening Part 1–2 + Reading โครงสร้างประโยคพื้นฐาน

  2. STEP 2

    ฝึกจับข้อมูลและวิเคราะห์ให้คล่อง

    Listening Part 3–4 + Reading Part 5–6 และค่อย ๆ ฝึก Part 7

  3. STEP 3

    ลองทำโจทย์จับเวลาจริง

    ฝึกทำข้อสอบชุดเต็ม Listening 45 นาที + Reading 75 นาที แล้วทบทวนจุดที่พลาด

มีเวลาแค่วันละ 45 นาที ก็เริ่มฝึกได้ค่ะ

  • 15 นาทีListening
  • 15 นาทีReading
  • 15 นาทีทบทวนคำศัพท์

เป็นเพียงตัวอย่างนะคะ ถ้าตอนนี้เรายังอ่อนทักษะไหนอยู่ ก็เพิ่มเวลาให้ด้านนั้นได้เลยค่ะ 💙

สุดท้ายนี้ ไม่ต้องรอให้ฟังเก่งก่อนแล้วค่อยอ่าน หรืออ่านเก่งก่อนแล้วค่อยฟังนะคะ

ค่อย ๆ ฝึกทั้งสองด้านไปพร้อมกัน แล้วเพิ่มเวลาให้สิ่งที่เรายังไม่มั่นใจค่ะ

ครูอยากให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้นทีละนิด ไม่ใช่กดดันตัวเองว่าต้องเก่งทุกอย่างในวันเดียว 💙

เคยสอบแล้วแต่คะแนนไม่ถึงเป้า ควรทำอย่างไร?

เคยสอบ TOEIC มาแล้ว แต่คะแนนยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งใจไว้ใช่ไหมคะ? 😊

ครูอยากให้เราลองกลับมาดูก่อนว่า คะแนนที่หายไป มาจากจุดไหนกันแน่ เพราะบางครั้งเราอาจไม่ได้อ่อนภาษาอังกฤษทุกเรื่อง แต่อาจมีเพียงบางจุดที่ยังต้องฝึกเพิ่มค่ะ

และการที่เราเคยเข้าสอบมาแล้วก็มีข้อดีนะคะ อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าบรรยากาศในห้องสอบเป็นอย่างไร และมีส่วนไหนที่ทำให้เรารู้สึกติดขัด

ครูมี 4 ขั้นตอนอยากให้ลองทำตามค่ะ 💙

  1. STEP 1

    กลับมาดูคะแนนเดิมกันก่อนค่ะ

    หยิบใบผลสอบ TOEIC รอบล่าสุดขึ้นมาดูว่า Listening กับ Reading เราได้อย่างละเท่าไหร่ และห่างจากคะแนนเป้าหมายอีกเท่าไหร่

    แต่คะแนนที่ต่ำกว่าไม่ได้แปลว่าเรารู้สาเหตุทันทีนะคะ เช่น Reading ได้น้อย อาจเกิดจากไม่เข้าใจโครงสร้างประโยค คำศัพท์ยังไม่พอ หรือทำข้อสอบไม่ทันก็ได้

    เราต้องลองกลับไปดูโจทย์ที่ทำพลาดประกอบกันค่ะ

  2. STEP 2

    ฝึกแก้จุดที่ยังติด ไม่ต้องกลับไปเริ่มใหม่ทั้งหมด

    🎧 Listening:

    ถ้าฟังบทสนทนาไม่ทัน ลองฝึกฟังช่วงสั้น ๆ แล้วเปิด Transcript ดูว่าเราพลาดคำไหน หรือเข้าใจความหมายคลาดเคลื่อนตรงไหน

    อย่าลืมฝึกสังเกตคำตอบที่ใช้คำต่างจากเสียงที่ได้ยิน แต่สื่อความหมายเดียวกันด้วยนะคะ

    📖 Reading:

    ถ้ารู้ศัพท์แต่ยังเลือกคำตอบผิด ครูอยากให้กลับมาดูโครงสร้างประโยคก่อนค่ะ

    ลองแยกให้ออกว่าใครทำอะไร อะไรมีอยู่แล้ว และโจทย์กำลังถามหาอะไร

    ส่วน Part 7 ให้กลับไปหาหลักฐานในบทอ่านว่าคำตอบมาจากประโยคไหน ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะเห็นคำศัพท์เหมือนกันค่ะ

  3. STEP 3

    ค่อย ๆ ฝึกจับเวลาให้เหมือนวันสอบจริง

    ถ้าทำโจทย์ได้แต่ทำไม่ทัน ครูแนะนำให้เริ่มจับเวลาทีละ Part ก่อนค่ะ แล้วค่อยขยับไปทำข้อสอบชุดเต็ม

    ข้อสอบ TOEIC Listening & Reading มีทั้งหมด 200 ข้อ ใช้เวลาทำประมาณ 2 ชั่วโมง เราจึงต้องฝึกทั้งความเข้าใจและการบริหารเวลาไปพร้อมกัน

    โดยเฉพาะ Reading อย่าปล่อยให้ข้อที่คิดนานเกินไปดึงเวลาไปจาก Part 7 จนหมดนะคะ

  4. STEP 4

    ทำสมุดบันทึกข้อผิดของเราเองค่ะ

    ขั้นนี้ครูอยากให้ลองทำจริง ๆ 💙

    หลังฝึกทำข้อสอบ อย่าเพิ่งดูแค่ว่าถูกกี่ข้อ ให้กลับมาดูทั้งข้อที่ตอบผิดและข้อที่เดาถูก แล้วลองจดว่าเราพลาดเพราะอะไร

    • ไม่รู้คำศัพท์หรือโครงสร้างประโยค
    • ฟังหรืออ่านแล้วเข้าใจความหมายผิด
    • หาหลักฐานของคำตอบไม่เจอ
    • ทำข้อสอบไม่ทันเวลา

    จากนั้นเลือกกลับไปฝึกเรื่องที่เราพลาดบ่อยที่สุดก่อนค่ะ

มาลองเช็กจุดที่ควรฝึกเพิ่มกันค่ะ 💙

💙 ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มแก้ตรงไหนใช่ไหมคะ?

ครูเจนมี Mini TOEIC Test ฟรี 20 ข้อ ให้ลองทำค่ะ

มีทั้ง Listening และ Reading พร้อมเฉลยและคำอธิบาย เมื่อทำเสร็จแล้ว เราจะได้เห็นคะแนนแยกสองทักษะ และคำแนะนำเบื้องต้นว่าควรกลับไปฝึกตรงไหนหรือสำรวจคอร์สแบบใดต่อ

ทำฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีข้อผูกมัดในการซื้อคอร์สค่ะ 😊

แบบฝึกนี้เป็นเพียงการเช็กจุดที่ควรฝึกเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสอบ TOEIC อย่างเป็นทางการ และไม่ได้ใช้ทำนายคะแนนสอบจริงนะคะ

  • 🎧 Listening
  • 📖 Reading
  • 📝 เฉลยพร้อมคำแนะนำ
ลองทำ Mini TOEIC Test ฟรี 20 ข้อ

ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ไม่มีค่าใช้จ่าย · ไม่มีข้อผูกมัด

ครูอยากฝากไว้นิดหนึ่งค่ะ

การสอบซ้ำอาจทำให้เราได้ประสบการณ์เพิ่ม แต่ถ้าเรารู้ว่ารอบก่อนพลาดตรงไหน แล้วกลับไปฝึกแก้จุดนั้นอย่างเข้าใจ การเตรียมสอบครั้งต่อไปก็จะมีทิศทางมากขึ้นค่ะ

ครูเป็นกำลังใจให้นะคะ 💙

TOEIC กับ IELTS ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง TOEIC และ IELTS เป็นข้อสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษที่หลายคนคุ้นเคยกันดีค่ะ 😊

แต่รู้ไหมคะว่า ทั้งสองข้อสอบมีจุดประสงค์ รูปแบบข้อสอบ และการนำคะแนนไปใช้ที่แตกต่างกันอยู่หลายอย่างเลย

ครูเจนสรุปความแตกต่างสำคัญมาให้ดูแบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะ 💙

ความแตกต่างระหว่าง TOEIC Listening & Reading และ IELTS Academic ใน 8 หัวข้อ
หัวข้อเปรียบเทียบWORKPLACE ENGLISHTOEIC Listening & ReadingACADEMIC ENGLISHIELTS Academic
วัตถุประสงค์หลักใช้ประเมินทักษะภาษาอังกฤษในบริบทการทำงาน เช่น การสมัครงาน การประเมินบุคลากร หรือการพัฒนาทักษะในองค์กรใช้ประกอบการสมัครเรียนระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ และการขึ้นทะเบียนวิชาชีพในบางกรณี
ทักษะที่วัดListening และ Reading รวม 2 ทักษะListening, Reading, Writing และ Speaking รวม 4 ทักษะ
บริบทของภาษาภาษาอังกฤษในการทำงานและสถานการณ์สื่อสารที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ เช่น อีเมล การประชุม การเดินทาง และประกาศต่าง ๆภาษาอังกฤษในบริบทการศึกษาและการสื่อสารทั่วไป โดย Reading และ Writing มีเนื้อหาและรูปแบบงานที่เหมาะกับบริบทวิชาการ
รูปแบบข้อสอบแบบเลือกคำตอบ (Multiple Choice) จำนวน 200 ข้อ แบ่ง Listening 100 และ Reading 100 ข้อมีรูปแบบคำถามหลายชนิด ทั้งการเลือกคำตอบ เติมคำ ตอบคำถามจากบทอ่าน การเขียน และการสอบพูดกับผู้ประเมิน
ระยะเวลาสอบListening ประมาณ 45 นาที และ Reading 75 นาที รวมเวลาทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง โดยยังไม่รวมขั้นตอนก่อนหรือหลังสอบประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที สำหรับการสอบทั้ง 4 ทักษะ
ระบบคะแนนคะแนนรวมตั้งแต่ 10–990 คะแนน แยก Listening และ Reading ทักษะละ 5–495 คะแนนรายงานคะแนนเป็น Band Score ตั้งแต่ 0–9 แยกตามทักษะ พร้อม Overall Band Score
ความท้าทายของข้อสอบต้องฝึกฟังและอ่านเพื่อจับข้อมูลให้แม่น พร้อมบริหารเวลา โดยเฉพาะ Reading ที่ต้องทำ 100 ข้อภายใน 75 นาทีต้องเตรียมทั้ง 4 ทักษะ รวมถึงการเขียนและการพูด และฝึกตอบคำถามให้เหมาะกับเกณฑ์การประเมินของแต่ละทักษะ
ค่าสมัครสอบ1,800 บาทตัวอย่างอัตราบุคคลทั่วไปของ CPA (Thailand) สำหรับ Institutional แบบ In-House (PBT) ไม่ใช่อัตรา Public Testตรวจค่าสอบล่าสุดกับ CPA (เว็บไซต์ทางการ เปิดแท็บใหม่)8,860 บาทตัวอย่างอัตรา IELTS Academic ในไทยของ British Council ไม่ใช่อัตรา IELTS for UKVIตรวจค่าสอบล่าสุดกับ British Council (เว็บไซต์ผู้จัดสอบ เปิดแท็บใหม่)

TOEIC ยังมีแบบทดสอบ Speaking & Writing แยกต่างหากด้วยนะคะ ส่วน IELTS ก็มีหลายประเภท เช่น Academic และ General Training ค่ะ

จุดประสงค์ข้างต้นเป็นการใช้งานที่พบบ่อย แต่การรับคะแนนขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรค่ะ รูปแบบการจัดสอบอาจต่างกันตามประเภทและสถานที่ ควรตรวจรายละเอียดของรอบที่จะสมัครด้วยนะคะ

ค่าสอบข้างต้นเป็นตัวอย่างอัตราที่ตรวจสอบเมื่อ อาจต่างกันตามประเภทสอบ ศูนย์สอบ เมือง วันที่ และบริการเพิ่มเติม โปรดตรวจราคาล่าสุดกับผู้จัดสอบก่อนจองค่ะ

แล้วเราควรเลือกสอบอะไรดีคะ? 💙

ถ้าเราต้องใช้คะแนนเพื่อสมัครงานหรือเติบโตในสายอาชีพ ลองตรวจดูก่อนนะคะว่าองค์กรที่เราสนใจรับผลสอบประเภทไหน

แต่ถ้ากำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หรือใช้ผลภาษาอังกฤษเพื่อขึ้นทะเบียนวิชาชีพ ก็ควรตรวจเงื่อนไขจากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่เราจะยื่นคะแนนโดยตรงค่ะ

ครูอยากให้เราเลือกจากเป้าหมายที่ต้องใช้คะแนนจริง ๆ ก่อนนะคะ จะได้เตรียมตัวได้ตรงทาง และไม่ต้องเสียเวลาไปสอบผิดประเภทค่ะ 😊

ตรวจข้อมูลข้อสอบจากแหล่งทางการกันค่ะ 💙

สอบภาษาอังกฤษสายราชการ

สอบภาษาอังกฤษ ก.พ. ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เริ่มจากอ่านหลักสูตรและเงื่อนไขในประกาศรอบที่เราสมัครค่ะ จากนั้นครูแนะนำให้แบ่งฝึกเป็นคำศัพท์ในบริบท การใช้ภาษา โครงสร้างประโยค และการอ่านจับใจความ

การแบ่งนี้เป็นแนวทางเตรียมตัว ไม่ใช่สัดส่วนข้อสอบตายตัวของทุกปีนะคะ ตรวจคุณวุฒิ วิชาที่สอบ และเกณฑ์ผ่านจาก ข้อมูลการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ. และ ระบบสมัครสอบ ก.พ.

สอบภาษาอังกฤษท้องถิ่น แตกต่างจาก ก.พ. อย่างไร?

เป็นคนละระบบการสอบค่ะ อย่าใช้ประกาศของ ก.พ. แทนประกาศท้องถิ่น แม้พื้นฐานคำศัพท์และโครงสร้างประโยคจะช่วยกันได้ แต่หลักสูตร เกณฑ์ และขั้นตอนต้องดูของสนามนั้น

ครูแนะนำให้อ่านประกาศรอบที่สมัครจาก ประกาศการสอบท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วแยกแผนฝึกให้ตรงกับข้อสอบของเรา ไม่ยกจำนวนข้อหรือคะแนนจากรอบเก่ามาใช้โดยอัตโนมัติค่ะ

ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ จะเริ่มเตรียมสอบราชการอย่างไร?

เริ่มจากประโยคง่ายที่เราอธิบายได้ว่าใครทำอะไรค่ะ ค่อยดูคำที่ทำหน้าที่เป็นประธาน กริยา กรรม และส่วนขยาย พร้อมเรียนคำศัพท์จากประโยคจริง

เมื่อเริ่มอ่านรู้เรื่องแล้ว ค่อยฝึกโจทย์ตามหลักสูตรของสนามที่สมัคร จดว่าแต่ละข้อผิดเพราะไม่รู้คำศัพท์ อ่านโครงสร้างไม่ออก หรือเข้าใจคำถามคลาดเคลื่อน จะได้ทบทวนตรงจุดค่ะ

ข้อสอบภาษาอังกฤษสายราชการมี Grammar และ Reading ไหม?

ควรเตรียมทั้งการใช้ภาษาและการอ่านค่ะ แต่คำว่า “สอบสายราชการ” ไม่ได้หมายถึงข้อสอบชุดเดียว หลักสูตรของ ก.พ. ท้องถิ่น และหน่วยงานที่จัดสอบเองอาจต่างกัน

ฝึก Grammar เพื่อช่วยให้เราเข้าใจประโยค และฝึก Reading เพื่อหาใจความกับข้อมูลที่คำถามต้องการ แล้วเทียบแผนฝึกกับประกาศของสนามจริงค่ะ

TOEIC ใช้ยื่นแทนข้อสอบภาษาอังกฤษราชการได้หรือไม่?

ต้องดูประกาศของการสอบหรือตำแหน่งนั้นโดยตรงค่ะ การยอมรับคะแนนเป็นคุณสมบัติ กับการให้ใช้แทนวิชาสอบ เป็นคนละเงื่อนไข ไม่ควรสรุปว่ามี TOEIC แล้วจะยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษได้ทุกสนาม

ตรวจชนิดผลสอบ คะแนนขั้นต่ำ อายุผล และขั้นตอนยื่นให้ครบ ถ้าประกาศไม่ระบุชัด ให้สอบถามหน่วยงานผู้รับสมัครก่อนจ่ายค่าสอบนะคะ สำหรับภาค ก. ให้เริ่มตรวจจาก ข้อมูลการสอบภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ.

หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจใช้เกณฑ์ภาษาอังกฤษเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันเสมอค่ะ แต่ละหน่วยงานและตำแหน่งอาจกำหนดชนิดแบบทดสอบ คะแนนขั้นต่ำ อายุผล หรือจัดสอบภาษาอังกฤษเอง

ก่อนเตรียมเอกสาร ให้เปิดประกาศรับสมัครฉบับเต็มและฉบับแก้ไขของตำแหน่งนั้น เทียบทีละข้อ อย่าอ้างเกณฑ์จากอีกหน่วยงานหรือประกาศคนละปีค่ะ

มีเวลาเตรียมสอบจำกัด ควรเริ่มจากตรงไหน?

เริ่มจากหลักสูตรของสนามสอบและสิ่งที่เรายังทำไม่ได้ค่ะ ลองโจทย์สั้น ๆ แล้วจัดกลุ่มข้อผิด เลือกทบทวนพื้นฐานที่ใช้ซ้ำก่อน เช่น โครงสร้างประโยคและคำศัพท์ในบริบท

แบ่งเวลาอ่านกับทำโจทย์ให้พอทบทวนเหตุผลได้ด้วย ครูไม่อยากให้รีบท่องทุกอย่างจนไม่ได้เช็กว่าเข้าใจจริงหรือยัง และไม่มีแผนระยะสั้นใดรับประกันผลสอบนะคะ

เรียน TOEIC แล้วนำความรู้ไปใช้กับข้อสอบสายราชการได้ไหม?

นำพื้นฐานหลายอย่างไปใช้ได้ค่ะ เช่น คำศัพท์ โครงสร้างประโยค และการอ่านหาใจความ แต่รูปแบบโจทย์ หลักสูตร และเกณฑ์ผ่านของแต่ละสนามยังต่างกัน

ถ้าเป้าหมายเป็นการสอบราชการ ให้ใช้พื้นฐานที่มีแล้วเสริมโจทย์ตามประกาศของสนามนั้นโดยเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องถือว่าฝึก TOEIC ครบแล้วจะครอบคลุมข้อสอบราชการทั้งหมดค่ะ

ยังมีเรื่องที่สงสัยอยู่ไหมคะ? 😊

ทักมาคุยกับครูเจนทาง LINE ได้เลยนะคะ ครูยินดีช่วยแนะนำว่าเราควรเริ่มเตรียมตัวจากตรงไหนค่ะ

ทัก LINE คุยกับครูเจน